เจอกันทีปีละหน อัพบล็อกครั้งล่าสุดวันแรงงานปีก่อน
 
มาเจอกันอีกทีก็วันแรงงานอีกแล้ว ครบรอบ 1 ปี พอดิบพอดี น่าละอายยิ่งนัก
 
สมัยเรียนนอกจากนั่งฟัง อ. สอน แล้วยังทำอะไรกันบ้าง
 
ลองไปเปิดดูหนังสือเรียนทุกคนคงจะเห็นอะไรมากว่าตัวอักษรธรรมดาๆ
 
หนังสือเรียนบางคนอาจเต็มไปด้วยลายเส้นเต็มไปหมด จนไม่เห็นตัวหนังสือ
 
ลายเส้นพวกนี้ยังเป็นบันทึกที่บอกด้วยว่าในช่วงนั้นๆ เราสนใจหรือคิดอะไรอยู่
 
ข้างล่างนี้เป็นหนังสือเรียนของ นร.จีนที่ไปเจอมาในเวบนึง
 
ดูแล้วจินตนาการกันเล่นๆ ว่า นร.พวกนี้เขาคิดอะไรกันอยู่ตอนที่วาด Embarassed
 

 
"เอาลูกกระสุนไปกินซะ" Yell
 
 

 
 
"สวัดีค่ะเจ้านาย"
 
 

 
 
"เมื่อปิดเทอมมาเยือน หนังสือสอบไม่อ่าน"
 
 

 
 
"ขงเบ้งวิ่งปานลมกรด"
 

 
 
 

 
 
"เวลาเรียนไม่ตั้งใจ ลำบากไปในภายหน้า"

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 
"ช่วยโลกลดก๊าซคาร์บอนด้วยการหยุดหายใจกันวันละหนึ่งนาที"
 

 
 

 
 

 

 
 

 
 
หน้าคุ้นๆ มั้ย เจย์ โจว ผู้นี่นี้เอง

 
 

 
 
"Death Note"
 

 
 
 
"เคล็ดวิชากำจัดลูกธนู"
 
 

 
 
 

อาหารวันแรงงาน

posted on 02 May 2010 08:59 by lazy-monkey

 

หายหัวไปนาน เพราะการบ้านที่มักดองจนพอกพูน 

เมื่อวานเป็นวันหยุด "五一" (วันแรงงาน) กว่าจะหาเวลาว่างหยุดยาวๆ ซักที

แรงงานอินโดจึงกับแรงงานไทยที่ไม่อยากไปเบียดเสียดกับแรงงานจีนจึงทำอาหารอินโดกินกันในหอพัก

แรงงานไทยที่ไปสังเกตุการณ์ก็ไปยืนให้น้ำมันกระเด็นใส่ พร้อมกับดูวิธีการทำไปด้วย 

 

เมนูนำเสนอ แตน แตน แต๊น "ไข่ระเบิด" (爆炸蛋)

ขั้นตอนการทำแสนง่ายดาย นำมันฝรั่งไปต้มจนสุกแล้วเอามาบี้ให้เละ ผสมกับข้าวโพดใส่เกลือนิหน่อย แล้วก็ปั้นๆๆ

ให้ความเค็มจากน้ำมือเราซึมซาบไปกับมันฝรั่ง เคล็ดลับความอร่อยมันอยู่ตรงนี้แหละ ฮ่าๆ

 

 

 

ขั้นต่อไปเอาระเบิดที่ปั้นเสร็จแล้วชุบไข่ขาวแล้วทอด ที่จริงเขาบอกว่าต้องชุบแป้งด้วยแต่ลืมซื้อ -_-" 

ตอนทอดก็สมชื่อไข่ระเบิด น้ำมันกระจาย ได้รอยพุพองกันคนละจุดสองจุด คนทอดกับคนดูหลบกันแทบไม่ทัน

 

 

เนื่องจากเป็นไข่ระเบิด จึงต้องมีรอยไหม้เล็กน้อยเพื่อให้สมจริง

ไอ้เจ้าไข่ระเบิดมันต้องกินกับซุบไก่ที่ใส่พวกเครื่องเทศของเขา จำชื่อไม่ได้แล้ว แหะๆ

 

ข้าวที่หุงเป็นข้าวเหลืองคล้ายๆ ข้าวหมกไก่บ้านเรา โรยด้วยหอมกับกระเทียมทอด

 

อาหารที่ทำมีไข่เจียว ปีกไก่ทอดโรยเกลือ ไก่ผัดกับมันฝรั่ง

ไอ้เจ้าเขียวๆ เป็นต้นถั่วงอกที่มีใบงอกออกมาแล้ว ไม่รู้เขาเรียกว่าอะไร ผัดกับน้ำมันหอยปรุงโดยแรงงานไทย

อาหารเย็นมื้อนี้ได้กินตอนสองทุ่มครึ่ง กินกันจนจุกไปถึงมื้อหน้า น้ำหนักไม่ขึ้นให้มันรู้ไป ชิ!

 

 

 

 

 

 

 

 

ปิดเทอมแล้วจ้า เพิ่งปิดได้อาทิตย์เดียวเอง

แถมอ.ยังให้ของขวัญวันตรุษจีนเป็นรายงานอีกสองสามชิ้น 

ว่างจากการนอน เอ้ย การงานก็มาอัพเดตกันซักหน่อย

เรื่องนี้อันที่จริงเรื่องนี้เป็นงานเมื่อปีที่แล้ว (เรียกว่าอัพเดตตรงไหน)

ทางสถานทูตให้บัตรไปดูการแสดงดนตรีสายสัมพันธ์สองแผ่นดินครั้งที่ ๔

ที่พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ทรงกู่เจิง

และมีการแสดงทางวัฒนธรรมของทั้งประเทศไทยและประเทศจีน

คนที่มาร่วมชมส่วนใหญ่เป็นนักเรียนไทยที่เรียนในกว่างโจว

และคนจีนที่อาศัยอยู่ที่นี่ด้วย

การแสดงส่วนใหญ่เป็นของไทยสลับกับของจีน

 

ต่อไปนี้จะเป็นการสาดรูปอย่างเป็นทางการ

 

 
เปิดงานด้วยวงออเครสต้า
 
 

ทรงร่วมบรรเลงกับวงออเครสต้า

 

 

 

 การแสดงโขนจากประเทศไทยเรียกเสียงฮาและเสียงชัตเตอร์จากคนดูทั้งไทยและเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปิดท้ายด้วยการร่วมบรรเลงของวงออเครสต้า กู่เจิงและซอของทางจีน

 

ทรงฉายพระรูปกับเหล่านักแสดง

 

ด้วยความทรงจำแบบไม่ปะติดปะต่อปนอัลไซเมอร์เล็กน้อย

จำชื่อการแสดงไม่ได้จึงนำมาเล่าแบบขาดๆ แต่ความประทับใจนั้นยังจำได้แม่น 

ที่จริงแล้วมีการแสดงที่มากกว่านี้อีกทั้งของชนกลุ่มน้อยของซินเจียง รำสี่ภาค ฯลฯ

สงสัยท่านอาจารย์มัวแต่ดูเพลินเลยไม่ได้ถ่ายเก็บไว้

จบงาน อ. พูดชมตั้งแต่งานจบยังถึงมหาลัยเลย

แถมยังกระซิบด้วยว่าการแสดงบางชุดคนจีนเองยังไม่เคยเห็น

อยากบอก อ.ว่าเพิ่งได้ดูโขนสดๆ เป็นครั้งแรกเหมือนกัน  

 

 

 

 

 

 

 

 

 เครดิตรูป 李宁老师